Chapter I
วัน เริ่ม เดือน สำรวจ ปี ดินแดนต่างมิติ
ข้ายืนอยู่บนยอดเขาสูง ที่มองทิวทัศน์ได้กว้างไกลเกินบรรยาย ไม่ว่าจะหันไปทางทิศไหนข้าก็พบแต่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
ทั้งป่าไม้ สายธาร สาราสัตว์น้อยใหญ่ รูปร่างแปลกตา สำหรับข้าผู้ซึ่งมาเยือนจากมิติที่ต่างไป
ทุกสิ่งที่นี้ล้วนเป็นเรื่องใหม่ ทุกอย่างล้วนน่าสนใจใฝ่หาไปเสียหมด
ข้าย่างเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้าและเอื่อยเฉื่อย
เพื่อกวาดสายตาสำรวจทุกซอกมุมได้อย่างเต็มที่ นี่ข้าไม่ได้อยู่อย่างสงบแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ ...
อย่างที่บอกไป ตัวข้าไม่ใช่ของมิตินี้ บ้านเดิมของข้าเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางห้วงมิติพิเศษ
ที่นั่นมีผู้คนไม่มากนัก ทว่าแต่ละคนล้วนมีนิสัยแปลกประหลาด มีจิตใจที่ยากจะคาดเดา
แต่ละวันมักมีเรื่องวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้นไม่ซ้ำซากน่าเบื่อสักนิด
สำหรับข้าที่นั่นเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะแก่การก่อวินาศกรรมสารพัดรูปแบบยิ่งนัก
หือ...แล้วทำไมตัวข้าถึงจากที่นั่นมาอย่างนั้นหรือ ... จะว่ายังไงดีละ.... แบบว่า.....
ข้าไปก่อเรื่องนิดๆหน่อยๆแต่นั่นไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเลยนะ ที่ต้องรับความอับอายไปเต็มๆน่ะตัวข้าต่างหาก
อะไร.. ข้าเปล่าหนีมานะ ... แค่ออกมาเดินเล่นรอให้เรื่องมันเงียบสักปีสองปีแค่นั้นเอง ... ไม่มากไม่มาย
อีกอย่าง มีพัสดุส่งท้อประหลาดไปที่บ้าน ไม่ระบุนามผู้ส่ง จากข้อมูลที่หาได้ผลไม้ชนิดนี้ มีเฉพาะที่มิตินี้เท่านั้น
นั่นละต้นตอที่สร้างความอับอายให้ข้า ถ้าเจอตัวคนส่งข้าจะอาละวาดให้สะใจแล้วค่อยกลับ
อืม... ชักหิวแล้วสิ ผลไม้ก็ดีอยู่หรอก ถ้าหาเจอได้ละก็นะ ตอนนี้ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ไม้ใบ
หาผลของมันให้ประทังหิวไม่ได้สักนิด ... ข้าเดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็พ้นร่มเงาออกมายังที่โล่ง
ข้างหน้าเป็นสายน้ำกว้างมองไปไกลลิบสุดลูกหูลูกตา ... นี่ก็เดินจนแสงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว พักที่นี่น่าจะดี ...
ที่ไหนมีสายน้ำที่นั่นย่อมมีปลา ข้าเรียกคันเบ็ดสีแดงสดออกจากเข็มกลัดรูปเข้าวหลามตัดตรงกลางประดับอัญมณีสีแดง
เป็นไอเทมเวทย์มนต์ที่ข้าประดิษฐ์ขึ้นเอง
เป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดของวิทยาศาตร์กับไสยศาตร์ที่ลงตัวที่สุดเท่าที่ข้าเคยสร้าง
ข้าเรียกมันว่า ล๊อกเก็ตพ๊อกเก็ต ภายในเชื่อมโยงเข้ากับตู้เก็บของห้วงมิติที่ห้องทดลองของข้า
ด้วยความเป็นยอดอัจฉริยะ ไม่นานนักปลาก็ติดเบ็ด .. ว่าแต่ไอ้ตัวนี้... กินได้แน่นะ ... รูปร่างส่วนลำตัวคล้ายปลา
หัวดันคล้ายกระต่าย ช่างเถอะ จะอะไรก็ช่าง ถ้ามันเติมเต็มที่ว่างในกระเพาะของข้าได้ละก็ อะไรก็ได้ทั้งนั้นข้าไม่เกี่ยง
แต่อะไรๆ มักไม่เคยเป็นไปตามที่คาดหวัง...
ขณะที่ข้ากำลังปลาหน้ากระต่ายหอมฉุยเข้าปาก ข้าได้กลิ่นสาบและเสียงคำรามกึกก้อง
ไม่ใกล้ไม่ไกล ข้างหลังข้านี่เอง
ฉับพลันกรงเล็บแกร่งแหลมคมฟาดลงมาเต็มแรง ดีที่ข้าหลบทันแต่อาหารค่ำข้านี่สิ....
“เฮ้ย เจ้าหมีหน้าหมู เอาของข้าคืนมานะ นี่อย่ามาเมินกันสิ เอาคืนมา!!!”
อะไร!!! ข้าใครว่ามันฟังไม่รู้เรื่องอาจจะเข้าใจก็ได้นี่ จะให้ปล่อยเฉยก็ไม่ต้องมานับข้าอยู่ในตระกูลเรดอิวิลแล้ว
และในเมื่อพูดดีๆไม่ฟังก็ต้องใช้กำลังละ ข้าไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าตัวเองและพี่น้องมีกำเนิดมาจากไหนหรือใคร
พอแตกตัวแยกร่างจากพี่สาว เป็นตัวเป็นตนออกมาข้ากับน้องชายก็โตกันหมดแล้ว
ที่เรียกกันว่าท่านแม่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดกลมๆแดงๆขนาดเล็กใหญ่แต่ละวันไม่เคยเท่ากัน
มีปีกเหมือนพวกปีศาจเล็กๆแทนแขน ไร้ขา มีปอยบนหัวที่เรียกกันเล่นๆว่าเสาอากาศ หน้าตาหาความเป็นมิตรไม่ได้
เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตไม่อาจระบุได้ของแท้แน่นอน
เอาเป็นว่าเรื่องของข้าพักไว้ก่อน หมีหน้าหมูนั่นกำลังจะกินอาหารของข้าหมดแล้ว
ไม่รอช้าข้ารวมรวมจิตเรียกลูกเพลิงอัคคีขึ้นมาแล้วสาดไปยังเจ้ายักษ์นั่นเต็มแรง
เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันลอยคลุ้งบดบังทัศนวิสัยมิด
แต่ข้ามั่นใจว่าไอ้ตัวนั้นมันต้องซี้แหง มาเป็นเนื้อตากแห้งให้ข้าได้แน่ ... ไม่เลย ข้าคิดผิด
แม้เพลิงอัคคีที่นอกจากคนในตระกูลกับภูติวารีที่สามารถดับได้จะยังลุกท่วมอยู่ แต่เจ้านั่นก็ดูแข็งแรงสบายดี
ซ้ำยังหันมามองข้าตาขวาง .. ใครจะอยู่ให้โง่ละ ข้าหันหลังโกยสุดเกียร์ไม่คิดชีวิต เจ้านั่นก็ตามติดไม่ลดละ
ขนเจ้านี่กันความร้อนได้รึยังไง ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลย
ข้าอาศัยเงาไม้ซอกหินวิ่งหลบหลีกหลอกล่อจนในที่สุดก็เหมือนจะสลัดหลุดได้แล้ว
ข้าว่าเกาะที่ข้าจากมามีแต่ตัวประหลาดแล้วนะ ที่นี่ยังประหลาดกว่าอีก แถมแข็งแกร่งพอสมควร
แล้ว... นี่ข้าอยู่ทีไหนกันละ ไอ้เรารึก็มัวแต่วิ่งไม่มีเวลามามองทางซะด้วยสิ
เอาเถอะ อยู่ตรงไหนก็ช่างมันยังไงก็ไม่เคยรู้ ไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนอยู่แล้ว งั้นก็ถือโอกาสเดินสำรวจต่อด้วยเลย
โครกกกกกกกกกกก !!!
ใจเย็นสิอย่าเพิ่งร้องดังไป รู้แล้วว่าหิว เจ้าพยาธิในกระเพาะ อดทนหน่อยแล้วกันนะเดี๋ยวหาอะไรใส่ท้องลงไปให้
แต่ด้วนความไม่ชำนาญทาง ซ้ำยังทั้งมืด ทั้งรก ข้าเลยพลาดไปเหียบกับดักเข้าอย่างจัง
จะบ้าตายกับดักโบราณขนาดนี้ข้ายังติดกับได้ แล้วทำไมข้าไม่เรียกเพลิงอัคคีขึ้นมาใช้นำทางนะ
มานึกได้อะไรกันตอนนี้ ช่วยไม่ได้ ใช้เผาเชื่อกนี่ก็ได้ ดีนะที่ข้าฉลาดล้ำ
ทว่าเหมือนพายุเคราะห์กรรมจะโหมเข้าใส่ เจ้าหมีหน้าหมูนั่นดันโผล่มาอีก
มันเดินย่างสามขุมเข้ามา ถ้าข้าไม่ได้คิดไปเองเหมือนเห็นรอยยิ้มเยอะบนใบหน้า ..
ช่างเป็นรอยยิ้มที่เหมือน...เหมือนไอ้น้องชายบ้านั่นจริงๆ ใครจะมายอมตายอนาถอยู่ตรงนี้กัน
ในนาทีที่เจ้าหมีบ้านั่นเดินเข้ามาประชิด แถมแกว่งเชือกเล่นอย่างสนุกสนานเป็นการเย้ยหยัน
ข้าเรียกหลอดทดลองขนาดจิ๋วที่ภายในบรรจะสารเคมีประหลาดที่ได้จากการทดลองผิดพลาดของข้าขึ้นมา
อย่าถามนะว่าผลของมันคืออะไร ข้าไม่รู้หรอก แต่ละอย่างเคยเหมือนกันเสียนที่ไหน แค่ใช้เป็นอาวุธได้ก็พอแล้ว
จังหวะที่ข้าเกือบทำลายสิ่งแวดล้อมของมิตินี้ เจ้าหมีหน้าหมู ก็ยืนนิ่ง แล้วหงายหลังล้มตึง
เผยให้เห็น ผู้มีพระคุณที่ช่วยสิ่งแวดล้อมของโลกตัวเองไว้ ใครจะรู้ละถ้าข้าสาดสารในหลอดนี่เข้าไป
ผืนดินแถบนี้อาจแห้งผากไปเลยก็ได้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขี้นนี่ เพียงแต่ไม่ใช่ที่นี่เท่านั้นเอง
วีรบุรุษกู้โลก(?) เดินเข้ามาใกล้ แสงสลัวจากดวงจันทร์ส่องสะท้อนทำให้ข้าเห็นใบหน้าชัดขึ้น
เป็นชายสูงวัยที่ดูดีมีมาดมากทีเดียว ดูจากรูปร่างคงเคยเป็นนักรบมาก่อน
ส่วนเสื้อผ้าก็บ่งถึงความเป็นคนมีระเบียบเนี๊ยบ จัดเป็นประเภทที่ข้าไม่ชอบหน้าที่สุด
ห๊ะ ทำไมข้าถึงรู้นะเหรอ ก็บอกแล้วไงว่าข้ามันอัจฉริยะ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พบคนแบบนี้ที่กลางป่ากลางดง
“ไม่เป็นไรนะคุณหนู เดี๋ยวลุงจะช่วยลงมาเดี๋ยวนี้ละ รอสักครู่นะ”
“ขอบคุณท่านมากนะที่ช่วยข้าไว้ (ดินแดนนี้)เกือบแย่แล้วสิ” ตาลุงนี่ท่าทางใจดีแฮะ แต่จะของจริงรึเปล่าเดี๋ยวได้รู้กัน
“ว่าแต่คุณหนูมาทำอะไรกลางป่าในเวลาแบบนี้กัน เอาเป็นว่าคืนนี้ไปพักที่กระท่อมของลุงก่อนดีกว่า
ใว้พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางต่อ ลุงชื่อ ทีเรียส เรารีบไปกันเถอะ ก่อนที่สัตว์อื่นจะได้กลิ่นเลือดเจ้านี่แล้วจะแห่กันมา”
“ขอบคุณท่านมาก ที่นอกจากจะช่วยเหลือแล้วยังรับคนแปลกหน้าไปยังที่พำนักด้วย
ข้าชื่อ มาร คืนนี้ขอรบกวนท่านลุงด้วยแล้วกัน”
ไม่มีทางเลือกนี่นะ ยังไงก็ยังดีกว่านอนตากยุงกลางป่า เกิดท่าไม่ดีขึ้นมาค่อยหนีออกมาทีหลังแล้วกัน
เดินต่อมาไม่นานก็ถึงกระท่อมหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ดูมั่นคงแข็งแรงทนทาน ทีเรียสเข้าไปก่อนแล้ว
จุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง พอข้าเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ตาลุงนั่นถึงกับผงะ
ทำไม หน้าข้ามีอะไรติด ไปเหมือนญาติฝ่ายไหนของท่าน หรือว่าตกตะลึงในความงามของข้ากัน
ข้าแสร้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินไม่รู้ไม่ชี้เข้าไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง มองสำรวจโน่นนี่และทางหนีทีไล่
ข้างในนี้กว้างกว่าที่เห็นภายนอกพอสมควร แต่บรรยากาศอบอุ่นดีไม่เลว
เอาข้าจริงที่นี่มีทางออกแค่ประตูหน้ากับหน้าต่างไม่กี่บานเท่านั้นเองอันนี้ไม่ดีเท่าไหร่
แต่ก็ไม่เป็นปัญหาหากต้องการจะหนีจริงๆ อ้าว ยังไม่เลิกมองอีก อะไรนักหนา
“หน้าข้ามีอะไรติดอยู่เหรอลุง”
“เออ.. ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท แต่ไม่คิดว่าจะได้พบคนเผ่าภูติอัคคีที่ป่าแถบนี้อีกน่ะ
ครั้งสุดท้ายมันก็นานมากแล้ว ข้ารู้ว่าคนเผ่าของเจ้ารักอิสระชอบการเดินทาง แต่ไม่คิดว่าจะมาประเทศฝั่งนี้
ซึ่งเป็นฝั่งการค้า เงียบสงบ น่าเบื่อหน่าย ไร้เรื่องตื่นเต้น
ปกติเห็นชอบไปอีกฝี่งของทวีปซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายและการผจญภัย
ซ้ำยังแป็นแม่หนูน้อยที่น่าตาน่าเอ็นดูด้วยแล้ว เลยอดประหลาดใจไม่ได้
ว่าแต่เจ้าเป็นตระกูลเทพ หรือ มารกันละ สองตระกูลนี้มีความชอบแตกต่างกัน ลุงจะได้ต้อนรับถูก”
ข้าถามนิดเดียว ตาลุงนี่พูดเสียยือดยาวเป็นนักบรรยาย แต่นั่นก็ทำให้ข้าได้รู้ข้อมูลของที่นี่เพิ่ม
ดีละรีดข้อมูลจากลุงนี่ให้หมดไส้หมดพุงเลยดีกว่า ว่าแต่ ที่นี่ไร้เรื่องตื่นเต้นแล้วเรอะ
ไอ้หมีหน้าหมูนั่นยังไม่ระทึกพออีกเหรอเนี่ย ท่าทางอีกฝั่งของทวีปจะน่าสนใจกว่าจริงๆ
“ข้าไม่รู้เรื่องตระกูลอะไรนั่นหรอก รู้แต่ว่าตัวเองอาจจะเป็นภูติอัคคี เพราะสามารถเรียกเปลวเพลิงได้ แล้วจะไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าจำได้แต่ว่าลืมตามาก็อยู่กลางป่านี่ เบาะแสมีเพียงอย่างเดียวคือลูกท้อสีแดงสดทีกินแล้วเมาได้เท่านั้นเอง”
พอพูดถึงท้อประหลาด แวบเดียวเท่านั้นที่ข้าเห็นความผิดปกติในแววตาของทีเรียส ตานี่ต้องรู้อะไรแน่ๆ
“ช่างน่าสงสารจริง นี่แม่หนูนอกจากจะโดนทิ้งกลางป่า แล้วยังความจำเสื่อมอีก
ใครนะช่างใจร้ายทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ลงคอ นี่ยังดีนะยังจำชื่อตัวเองได้”
นี่ตาลุงแกเข้าใจผิดไปถึงไหน แต่ก็ดี ให้เข้าใจแบบนี้ไปน่าจะดีกว่า เอาเป็นว่าข้าเนียนสวมรอยตามนั้นเลยแล้วกัน
“ถ้าอย่างนั้นแม่หนูนอนพักที่ห้องว่างข้างๆนี่ได้เลยนะ ลุงพักอยู่ห้องด้านในสุดนั่น มีอะไรก็เรียกนะ
โถคงจะลำบากมากสินะจริงสิ รอเดี๋ยวนะ จะอุ่นซุปร้อนๆมาให้”
ช่างเป็นคนที่คล่องแคล่วจริงๆพูดปุ๊บก็ผลุบหายไปแป๊บนึงแล้วออกมาพร้อมอาหารถาดใหญ่หอมฉุยน่ากิน
ข้าจะจำไว้ว่าตรงนั้นเป็นครัว
หลังจากกินอิ่มเติมไม่อั้นเต็มที่ต่างคนก็ต่างแยกไปพักผ่อน
ไว้พรุ่งนี้หลังมื้อเช้าข้าจะขูดเอาข้อมูลของมิตินี้มาให้หมดไส้หมดพุงเลยคอยดู..
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น