ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มีอากาศสดใส
เหล่าสาราสัตว์น้อยใหญ่ในป่าแห่งนี้ ออกมาร้องรำฮัมเพลง เป็นการทักทายเพื่อรับอรุณรุ่ง
ดูไปแล้วที่ป่าแห่งนี้ก็สงบสุขไม่น้อย แต่จะเป็นอย่างที่เห็นเช่นนี้จริงนะหรือ...
ภายใต้ใบไม้ที่ปกคลุมให้ความร่มเย็น เหล่าสัตว์น้อยใหญ่เริ่มออกหาอาหาร
ทำงานในส่วนความรับผิดชอบของตน ตามปกติ
ทว่า.. ไฉน ภายในด้วงตาของพวกเขาเหล่านั้น กลับดูเหมือนมีความกังวลบางอย่างซุกซ่อนอยู่
สายตาของพวกเขาเหมือนจะคอยสอดส่องค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา...
ก็จะอะไรซะอีกละ.. ถ้าไม่ใช่เจ้าสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั่น
ใช่.. คงจะเรียกว่าสิ่งมีชีวิตก็ได้มั้ง ก็เจ้านั่นนะ เดินได้ วิ่งได้ กินได้ ที่สำคัญ
แกล้งชาวบ้านได้อย่างเจ็บแสบสุดๆ
แต่จะพูดได้รึเปล่านั้น ไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้
ทำไมนะเหรอ ก็ขนาดตอนที่เจ้าหนูนั่นกำลังหัวเราะท้องขัดท้องแข็ง
ชื่นชมผลงานของตัวเองที่ได้แกล้งใครสักคนอย่างเมามัน
ก็ยังไม่เคยมีใครได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาสักครั้ง
แต่เรื่องนั้นพวกเขาไม่สนใจหรอกนะ ที่สนใจน่ะ คือความลำบากที่โดนเจ้าหนูตัวจิ๋วนั่นแกล้งมากกว่า
แต่นี่ยังเช้าอยู่ เจ้าตัวจิ๋วนั่นยังไม่ออกมาแน่...
เวลานี้...พวกเค้าสามารถทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจ
....
ขณะนี้ พระอาทิตย์เริ่มไต่ท้องฟ้าขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ
ความกังวลของเหล่าสาราสัตว์ในป่าก็เพิ่มขึ้นตามความสูงของดวงอาทิตย์ไปด้วย
นี่ก็น่าจะได้เวลาที่เจ้าหนูปีศาจนั่นออกมาแล้วนี่...
แต่ยังไม่ได้ยินเสียงใครกรีดร้องเลยสักนิด...
ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม
ดีแล้ว พวกเขาจะได้ทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจสักที...
...
ล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์คล้อยยามบ่าย...
แม่ฮิปโปกำลังจะออกมาตักน้ำเข้าบ้านเหมือนเช่นที่เคยทำทุกวัน
พอเปิดประตูออกมา แม่ฮิปโปค่อยๆสอดส่ายสายตาหาเจ้าปีศาจตัวจิ๋วว่าหลบซ่อนอยู่ที่ได้
ไม่มี... วันนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ปกติถึงจะซ่อนตัวยังไง แต่ก็ไม่อาจปกปิดผมสีแดงเพลิงของตนเองได้
แปลก... แต่เผื่อไว้ก่อนดีกว่า..
แม่ฮิปโปเรียกลูกฮิปโปออกมาให้ช่วยดูเจ้าหัวแดงให้ ระหว่างที่ไปตักน้ำ
ลูกฮิปโปมองตามสุมทุมพุ่มไม้ หรือแม้แต่บนยอดไม้ใหญ่ที่เจ้าหนูหัวแดงมักจะไปซ่อนตัวเป็นประจำ..
เหล่าสาราสัตว์น้อยใหญ่ในป่าแห่งนี้ ออกมาร้องรำฮัมเพลง เป็นการทักทายเพื่อรับอรุณรุ่ง
ดูไปแล้วที่ป่าแห่งนี้ก็สงบสุขไม่น้อย แต่จะเป็นอย่างที่เห็นเช่นนี้จริงนะหรือ...
ภายใต้ใบไม้ที่ปกคลุมให้ความร่มเย็น เหล่าสัตว์น้อยใหญ่เริ่มออกหาอาหาร
ทำงานในส่วนความรับผิดชอบของตน ตามปกติ
ทว่า.. ไฉน ภายในด้วงตาของพวกเขาเหล่านั้น กลับดูเหมือนมีความกังวลบางอย่างซุกซ่อนอยู่
สายตาของพวกเขาเหมือนจะคอยสอดส่องค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา...
ก็จะอะไรซะอีกละ.. ถ้าไม่ใช่เจ้าสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั่น
ใช่.. คงจะเรียกว่าสิ่งมีชีวิตก็ได้มั้ง ก็เจ้านั่นนะ เดินได้ วิ่งได้ กินได้ ที่สำคัญ
แกล้งชาวบ้านได้อย่างเจ็บแสบสุดๆ
แต่จะพูดได้รึเปล่านั้น ไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้
ทำไมนะเหรอ ก็ขนาดตอนที่เจ้าหนูนั่นกำลังหัวเราะท้องขัดท้องแข็ง
ชื่นชมผลงานของตัวเองที่ได้แกล้งใครสักคนอย่างเมามัน
ก็ยังไม่เคยมีใครได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาสักครั้ง
แต่เรื่องนั้นพวกเขาไม่สนใจหรอกนะ ที่สนใจน่ะ คือความลำบากที่โดนเจ้าหนูตัวจิ๋วนั่นแกล้งมากกว่า
แต่นี่ยังเช้าอยู่ เจ้าตัวจิ๋วนั่นยังไม่ออกมาแน่...
เวลานี้...พวกเค้าสามารถทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจ
....
ขณะนี้ พระอาทิตย์เริ่มไต่ท้องฟ้าขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ
ความกังวลของเหล่าสาราสัตว์ในป่าก็เพิ่มขึ้นตามความสูงของดวงอาทิตย์ไปด้วย
นี่ก็น่าจะได้เวลาที่เจ้าหนูปีศาจนั่นออกมาแล้วนี่...
แต่ยังไม่ได้ยินเสียงใครกรีดร้องเลยสักนิด...
ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม
ดีแล้ว พวกเขาจะได้ทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจสักที...
...
ล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์คล้อยยามบ่าย...
แม่ฮิปโปกำลังจะออกมาตักน้ำเข้าบ้านเหมือนเช่นที่เคยทำทุกวัน
พอเปิดประตูออกมา แม่ฮิปโปค่อยๆสอดส่ายสายตาหาเจ้าปีศาจตัวจิ๋วว่าหลบซ่อนอยู่ที่ได้
ไม่มี... วันนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ปกติถึงจะซ่อนตัวยังไง แต่ก็ไม่อาจปกปิดผมสีแดงเพลิงของตนเองได้
แปลก... แต่เผื่อไว้ก่อนดีกว่า..
แม่ฮิปโปเรียกลูกฮิปโปออกมาให้ช่วยดูเจ้าหัวแดงให้ ระหว่างที่ไปตักน้ำ
ลูกฮิปโปมองตามสุมทุมพุ่มไม้ หรือแม้แต่บนยอดไม้ใหญ่ที่เจ้าหนูหัวแดงมักจะไปซ่อนตัวเป็นประจำ..
ทว่า ไม่มี ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ไม่พบ...
"แม่จ๋าวันนี้เจ้าหนูคงไม่มาแล้วละ หนูเข้าบ้านก่อนนะ"
"นั่นสินะ วันนี้เงียบผิดปกติ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของใครเลย"
"แล้วไม่ดีหรือจ๊ะแม่ แต่แบบนี้รู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้นะ"
"พูดอะไรน่ะ เงียบสงบอย่างนี้น่ะ ดีแล้ว ไปเข้าบ้านไปซะ"
แม้ว่าปากจะบอกลูกชายไปแบบนั้น แต่ใจของแม่ฮิปโปกลับรู้สึกกังวลอย่างประหลาด
มันไม่ใช่ความกังวลแบบที่เคยเป็นตามปกติ แล้วนี่นางเป็นอะไรไปนะ
เป็นห่วงเจ้าหนูนั่นเหรอ บ้าน่า ไม่มีทางหรอก...
.........
เวลาผ่านไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า
ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ.... มันเงียบจนเกินไปแล้ว
เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันมาชุมนุมกันที่ลานกว้างกลางป่า
นี่มันเกิดอะไรขึ้น... เจ้าหนูนั่นหายไปไหน...
แล้วมันไม่ดียังไงกันละ... ก็ไม่มีใครมาคอยแกล้งพวกเขาแล้วนี่...
แม้กระนั้นในดวงตาของทุกตนกลับฉายแววกังวลและเศร้าหมอง..
หรือเจ้าหนูนั่นไปจากป่านี้แล้ว
ความสงบสุขอย่างเมื่อครั้งก่อนที่เจ้าหนูน้อยจะมาที่ป่าแห่งนี้กำลังจะกลับคืนมาอย่างนั้นหรือ
ถ้าอย่างนั้นพวกเขาน่าจะดีใจสิ แล้วทำไม..
ไม่ได้การ มัวแต่มาอยู่อย่างนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นแน่
เหล่าชาวสัตว์ต่างแยกย้ายกันไปตามหาเจ้าหนู กันตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าเจ้าหนูจะไป
....
"แม่จ๋าวันนี้เจ้าหนูคงไม่มาแล้วละ หนูเข้าบ้านก่อนนะ"
"นั่นสินะ วันนี้เงียบผิดปกติ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของใครเลย"
"แล้วไม่ดีหรือจ๊ะแม่ แต่แบบนี้รู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้นะ"
"พูดอะไรน่ะ เงียบสงบอย่างนี้น่ะ ดีแล้ว ไปเข้าบ้านไปซะ"
แม้ว่าปากจะบอกลูกชายไปแบบนั้น แต่ใจของแม่ฮิปโปกลับรู้สึกกังวลอย่างประหลาด
มันไม่ใช่ความกังวลแบบที่เคยเป็นตามปกติ แล้วนี่นางเป็นอะไรไปนะ
เป็นห่วงเจ้าหนูนั่นเหรอ บ้าน่า ไม่มีทางหรอก...
.........
เวลาผ่านไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า
ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ.... มันเงียบจนเกินไปแล้ว
เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันมาชุมนุมกันที่ลานกว้างกลางป่า
นี่มันเกิดอะไรขึ้น... เจ้าหนูนั่นหายไปไหน...
แล้วมันไม่ดียังไงกันละ... ก็ไม่มีใครมาคอยแกล้งพวกเขาแล้วนี่...
แม้กระนั้นในดวงตาของทุกตนกลับฉายแววกังวลและเศร้าหมอง..
หรือเจ้าหนูนั่นไปจากป่านี้แล้ว
ความสงบสุขอย่างเมื่อครั้งก่อนที่เจ้าหนูน้อยจะมาที่ป่าแห่งนี้กำลังจะกลับคืนมาอย่างนั้นหรือ
ถ้าอย่างนั้นพวกเขาน่าจะดีใจสิ แล้วทำไม..
ไม่ได้การ มัวแต่มาอยู่อย่างนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นแน่
เหล่าชาวสัตว์ต่างแยกย้ายกันไปตามหาเจ้าหนู กันตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าเจ้าหนูจะไป
....
เวลาผ่านไปจนพระจัทนทร์ขึ้นมาทักทายแทนพระอาทิตย์
พวกเขาก็ยังหาเจ้าหนูไม่เจอ...
หรือว่าเจ้าตัวจิ๋วนั่นจะไปแล้วจริงๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานกว้าง
...
แซก! แซก!
นั่นเสียงอะไรน่ะ ดังมาจากโพรงไม้ทางนั้น
พวกเขารีบไปทางต้นเสียงทันที
เจอแล้ว เจ้าหนูมานอนสบายใจอยู่ที่นี่นั่นเอง
ถ้าอย่างนั้น ที่พวกเขาทั้งหมดต้องมาลำบากบุกป่าฝ่าดงตามหาเจ้านี่อยู่ละ
เพื่ออะไรกัน...
หรือว่า..
นี่พวกเขาจะโดนเจ้าหนูนี่เล่นงานเข้าให้ซะแล้ว......
พวกเขาก็ยังหาเจ้าหนูไม่เจอ...
หรือว่าเจ้าตัวจิ๋วนั่นจะไปแล้วจริงๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานกว้าง
...
แซก! แซก!
นั่นเสียงอะไรน่ะ ดังมาจากโพรงไม้ทางนั้น
พวกเขารีบไปทางต้นเสียงทันที
เจอแล้ว เจ้าหนูมานอนสบายใจอยู่ที่นี่นั่นเอง
ถ้าอย่างนั้น ที่พวกเขาทั้งหมดต้องมาลำบากบุกป่าฝ่าดงตามหาเจ้านี่อยู่ละ
เพื่ออะไรกัน...
หรือว่า..
นี่พวกเขาจะโดนเจ้าหนูนี่เล่นงานเข้าให้ซะแล้ว......


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น