วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

[นิทานก่อนนอน] ราตรีที่หนึ่ง: เจ้าตัวนี้ละปีศาจหัวแดง

ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มีอากาศสดใส

เหล่าสาราสัตว์น้อยใหญ่ในป่าแห่งนี้ ออกมาร้องรำฮัมเพลง เป็นการทักทายเพื่อรับอรุณรุ่ง

ดูไปแล้วที่ป่าแห่งนี้ก็สงบสุขไม่น้อย แต่จะเป็นอย่างที่เห็นเช่นนี้จริงนะหรือ...

ภายใต้ใบไม้ที่ปกคลุมให้ความร่มเย็น เหล่าสัตว์น้อยใหญ่เริ่มออกหาอาหาร

ทำงานในส่วนความรับผิดชอบของตน ตามปกติ

ทว่า.. ไฉน ภายในด้วงตาของพวกเขาเหล่านั้น กลับดูเหมือนมีความกังวลบางอย่างซุกซ่อนอยู่

สายตาของพวกเขาเหมือนจะคอยสอดส่องค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา...

ก็จะอะไรซะอีกละ.. ถ้าไม่ใช่เจ้าสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั่น

ใช่.. คงจะเรียกว่าสิ่งมีชีวิตก็ได้มั้ง ก็เจ้านั่นนะ เดินได้ วิ่งได้ กินได้ ที่สำคัญ

แกล้งชาวบ้านได้อย่างเจ็บแสบสุดๆ

แต่จะพูดได้รึเปล่านั้น ไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้

ทำไมนะเหรอ ก็ขนาดตอนที่เจ้าหนูนั่นกำลังหัวเราะท้องขัดท้องแข็ง

ชื่นชมผลงานของตัวเองที่ได้แกล้งใครสักคนอย่างเมามัน

ก็ยังไม่เคยมีใครได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาสักครั้ง

แต่เรื่องนั้นพวกเขาไม่สนใจหรอกนะ ที่สนใจน่ะ คือความลำบากที่โดนเจ้าหนูตัวจิ๋วนั่นแกล้งมากกว่า

แต่นี่ยังเช้าอยู่ เจ้าตัวจิ๋วนั่นยังไม่ออกมาแน่...

เวลานี้...พวกเค้าสามารถทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจ

....

ขณะนี้ พระอาทิตย์เริ่มไต่ท้องฟ้าขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ

ความกังวลของเหล่าสาราสัตว์ในป่าก็เพิ่มขึ้นตามความสูงของดวงอาทิตย์ไปด้วย

นี่ก็น่าจะได้เวลาที่เจ้าหนูปีศาจนั่นออกมาแล้วนี่...

แต่ยังไม่ได้ยินเสียงใครกรีดร้องเลยสักนิด...

ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม

ดีแล้ว พวกเขาจะได้ทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจสักที...

...


ล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์คล้อยยามบ่าย...

แม่ฮิปโปกำลังจะออกมาตักน้ำเข้าบ้านเหมือนเช่นที่เคยทำทุกวัน

พอเปิดประตูออกมา แม่ฮิปโปค่อยๆสอดส่ายสายตาหาเจ้าปีศาจตัวจิ๋วว่าหลบซ่อนอยู่ที่ได้

ไม่มี... วันนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ปกติถึงจะซ่อนตัวยังไง แต่ก็ไม่อาจปกปิดผมสีแดงเพลิงของตนเองได้

แปลก... แต่เผื่อไว้ก่อนดีกว่า..

แม่ฮิปโปเรียกลูกฮิปโปออกมาให้ช่วยดูเจ้าหัวแดงให้ ระหว่างที่ไปตักน้ำ

ลูกฮิปโปมองตามสุมทุมพุ่มไม้ หรือแม้แต่บนยอดไม้ใหญ่ที่เจ้าหนูหัวแดงมักจะไปซ่อนตัวเป็นประจำ..
ทว่า ไม่มี ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ไม่พบ...

"แม่จ๋าวันนี้เจ้าหนูคงไม่มาแล้วละ หนูเข้าบ้านก่อนนะ"

"นั่นสินะ วันนี้เงียบผิดปกติ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของใครเลย"

"แล้วไม่ดีหรือจ๊ะแม่ แต่แบบนี้รู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้นะ"

"พูดอะไรน่ะ เงียบสงบอย่างนี้น่ะ ดีแล้ว ไปเข้าบ้านไปซะ"

แม้ว่าปากจะบอกลูกชายไปแบบนั้น แต่ใจของแม่ฮิปโปกลับรู้สึกกังวลอย่างประหลาด

มันไม่ใช่ความกังวลแบบที่เคยเป็นตามปกติ แล้วนี่นางเป็นอะไรไปนะ

เป็นห่วงเจ้าหนูนั่นเหรอ บ้าน่า ไม่มีทางหรอก...

.........

เวลาผ่านไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า

ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ.... มันเงียบจนเกินไปแล้ว

เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันมาชุมนุมกันที่ลานกว้างกลางป่า

นี่มันเกิดอะไรขึ้น... เจ้าหนูนั่นหายไปไหน...

แล้วมันไม่ดียังไงกันละ... ก็ไม่มีใครมาคอยแกล้งพวกเขาแล้วนี่...

แม้กระนั้นในดวงตาของทุกตนกลับฉายแววกังวลและเศร้าหมอง..

หรือเจ้าหนูนั่นไปจากป่านี้แล้ว

ความสงบสุขอย่างเมื่อครั้งก่อนที่เจ้าหนูน้อยจะมาที่ป่าแห่งนี้กำลังจะกลับคืนมาอย่างนั้นหรือ

ถ้าอย่างนั้นพวกเขาน่าจะดีใจสิ แล้วทำไม..

ไม่ได้การ มัวแต่มาอยู่อย่างนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นแน่

เหล่าชาวสัตว์ต่างแยกย้ายกันไปตามหาเจ้าหนู กันตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าเจ้าหนูจะไป

....
เวลาผ่านไปจนพระจัทนทร์ขึ้นมาทักทายแทนพระอาทิตย์

พวกเขาก็ยังหาเจ้าหนูไม่เจอ...

หรือว่าเจ้าตัวจิ๋วนั่นจะไปแล้วจริงๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานกว้าง

...

แซก! แซก!


นั่นเสียงอะไรน่ะ ดังมาจากโพรงไม้ทางนั้น

พวกเขารีบไปทางต้นเสียงทันที

เจอแล้ว เจ้าหนูมานอนสบายใจอยู่ที่นี่นั่นเอง

ถ้าอย่างนั้น ที่พวกเขาทั้งหมดต้องมาลำบากบุกป่าฝ่าดงตามหาเจ้านี่อยู่ละ

เพื่ออะไรกัน...

หรือว่า..

นี่พวกเขาจะโดนเจ้าหนูนี่เล่นงานเข้าให้ซะแล้ว......





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น